เทคนิคการตรวจเช็ค และเติมลมยาง ให้ รถรับจ้างขนของ คุณวิ่งสบายไร้ปัญหา

เทคนิคการตรวจเช็ค และเติมลมยาง ให้ รถรับจ้างขนของ คุณวิ่งสบายไร้ปัญหา ในส่วนของการเติมลม และตรวจสภาพของยางรถยนต์นั้น ควรทำอย่างน้อย ทุก 3 เดือน เพราะล้อรถ เป็นอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงที่จะเสื่อมสภาพ ได้เร็วกว่าอุปกรณ์อย่างอื่นในรถ และควรมีอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างที่วัดความดันยางรถยนต์ และอุปกรณ์สำหรับเติมลมขนาดเล็ก ติดรถไว้เสมอ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้หยิบออกมาใช้ได้ทัน

ยางรถยนต์เป็นส่วนหนึ่งที่เรียกได้ว่าสำคัญมาก สำหรับความปลอดภัยของผู้ขับขี่และโดยสาร เนื่องจากเป็นส่วนที่แทบจะเรียกว่า ติดกับพื้นถนนตลอดเวลา และต้องเจอกับความร้อนและสิ่งกีดขวางต่างๆตลอดเวลาได้เหมือนกัน การดูแลรักษายางรถยนต์ จึงเป็นเรื่องที่ห้ามมองข้ามอย่างเด็ดขาด เพราะหากคุณปล่อยปละละเลย นอกจากจะต้องเสียเงินจำนวนมากเวลาที่ต้องเปลี่ยนยาง แบบฉุกเฉินแล้ว ยังอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

และสำหรับปัญหาที่เราพบได้บ่อยๆ สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน ก็คือ การที่ยางรถยนต์อ่อน หรือรั่ว โดยที่ไม่รู้ตัว อาจจะเป็นเพราะว่ารถยนต์ รุ่นเดิมๆ ไม่ได้มีการแสดงผลส่วนต่างๆ ของรถ แต่สำหรับรถยนต์ รุ่นใหม่ มักจะมีเซ็นเซอร์ที่คอยตรวจจับความผิดปกติต่างๆ ทำให้มีการแจ้งเตือนขึ้นมา ซึ่งหากเกิดการแจ้งเตือน คุณก็ควรจะต้องตรวจสอบเสียหน่อยว่า มีปัญหาอะไรหรือไม่กับยางรถยนต์ ของคุณ ซึ่งวิธีการตรวจสอบนั้น สามารถ ทำได้ ดังนี้

หาซื้อเครื่องมือสำหรับวัดลมยาง

จริงๆ เครื่องมือสำหรับวัดลมยางนั้น มีอยู่หลากหลายราคาทีเดียว ตั้งแต่หลัก 10 ไปจนถึงหลักหลายร้อยบาท ซึ่งรูปแบบของการวัดก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ที่นิยมใช้กันจริงๆ จะเป็นเครื่องวัดความดันลม แบบมาตรเข็ม และแบบดิจิตอล ซึ่งแบบหลังจะมีราคาที่แพงกว่าเล็กน้อย แต่ให้ผลที่เที่ยงตรงมากกว่า

ควรทำการเช็คลมยางช่วงเช้า หรือเย็น

จริงๆ นอกจากการรอให้รถยนต์ของเราอยู่ในอุณหภูมิปกติแล้ว การวัดลมยางควรจะวัดในช่วงที่อากาศที่ค่อนข้างเย็น เนื่องจากยิ่งอากาศร้อน ผลของความดัน ก็จะคลาดเคลื่อน มากขึ้นไปด้วย ช่วงเวลาเย็น หลังจากที่กลับจากที่ทำงานมาได้ซักพักใหญ่ๆ หรือตอนเช้าของวันหยุด จึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการตรวจเช็คลมยาง

ตัวเลขที่ระบุที่ตัวยางรถ มักจะเป็นความจุสูงสุดที่รับได้

นั่นหมายความว่า คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องเติมลมยางในปริมาณที่ว่านั้นเสมอไป ก็ได้ เพียงแต่ว่าจะต้องเป็นปริมาณของลมยางที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งอาจจะหาได้จากคู่มือของรถ ว่า แต่ละรุ่น มียางรถยนต์ขนาดเท่าไหร่ และต้องการลมยางที่เท่าไหร่ขึ้นไป ถึงจะถือว่าปกติ และอย่างหนึ่งที่ต้องจำไว้ก็คือ ยิ่งยางรถมีขนาดใหญ่ ก็จะยิ่งต้องการความดันของลมยางที่มากขึ้น

วิธีการตรวจเช็ค และเติมลมยางที่ถูกต้อง ทำได้ดังนี้

1. เปิดฝาครอบจุกที่ยางรถยนต์ แล้วนำเอาเครื่องวัดลมยางไป จิ้มลงบนก้านวาล์ว เพื่อวัดความดันของล้อ โดยการวัด ควรวัดซ้ำ 2 ครั้ง เพื่อให้ได้ค่าที่แน่นอน

2. หากพบว่ายางรถยนต์ มีความดันน้อยกว่าที่กำหนด สามารถทำการเติมลมได้ โดยใช้อุปกรณ์เติมลม หรือหากไม่มี ก็อาจจะไปหาตามร้านซ่อมรถ หรือปั๊มน้ำมันก็ได้ แต่! ถ้าหากว่า ยางรถยนต์ของคุณอ่อนมาก จนแทบจะแบน และไม่มีอุปกรณ์ แนะนำว่าควรเรียกช่างมาเติมลมให้จะดีกว่า อย่าพยายามขับ ทั้งที่ยางแบน เพราะนอกจากจะเป็นการทำลายจานล้อรถแล้ว ยังอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุด้วย

3. การเติมลมยางโดยใช้เครื่องนั้น ทำเพียงแค่ นำเอาหัวเติมลมมากดกับก้านวาล์ว แล้วจะได้ยินเสียงลมเข้าสู่ล้อรถเบาๆ นั่นคือ เติมสำเร็จ แต่หากได้ยินเสียงดัง อาจจะเป็นเพราะว่า ลมไม่เข้า หรือการเชื่อมต่อไม่ถูกต้อง ให้ดึงออก แล้วกดเข้าไปใหม่

4. เมื่อเติมลมเสร็จ ให้ทำการวัดความดันของล้อรถ อีกครั้งหนึ่ง หากเห็นว่าพอดี และระบบเซ็นเซอร์ลมยางของรถ ไม่ได้ทำการแจ้งเตือนแล้ว ก็ถือว่าเสร็จ แต่หากยังมีการแจ้งเตือนอีก อาจจะเป็นเพราะลมไม่พอ ให้เพิ่มเพิ่มเข้าไปอีก แล้วจึงทำการปิดฝาก้านวาล์ว เป็นอันว่าเสร็จ

จะเห็นได้ว่า หากมีอุปกรณ์ครบ การเติมลมยาง จะใช้เวลาแค่ไม่นานเท่านั้น เมื่อเทียบเท่ากับการที่ต้องเสียเวลา หากเกิดยางแบนขณะเดินทาง และความปลอดภัยในขณะที่เดินทางของคุณ